cricouncil Environment แนะนำ 3 ประเภท โรงไฟฟ้า ที่ต้องทำความรู้จัก

แนะนำ 3 ประเภท โรงไฟฟ้า ที่ต้องทำความรู้จัก

โรงไฟฟ้า

การผลิตถ่านหินในอินเดีย เป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซมากเป็นอันดับ 3 ลดลง 8% ในปี 2020 เมื่อเทียบกับปี 2018 โดยพลังงานนิวเคลียร์ พลังงานถ่านหิน และพลังงานลม เป็นเพียงพลังงาน 3 ประเภทที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าใน โรงไฟฟ้า ทั่วโลก 

แต่หลาย ๆ ประเทศกำลังเดินหน้าเปลี่ยนจากเชื้อเพลิงฟอสซิลในการใช้ผลิตไฟฟ้า ที่ก่อมลพิษสูงไปสู่ทางเลือกที่มีคาร์บอนต่ำ ที่ดีต่อโลกมากกว่า ซึ่งในบทความนี้เราจะมาแนะนำ 3 ประเภท โรงไฟฟ้า ที่ต้องทำความรู้จักกัน ซึ่งมาจากการใช้พลังงานของโลกยุคเก่า  

โรงไฟฟ้า ใช้พลังงานของโลกยุคเก่า  

จากข้อมูลของ BloombergNEF ความต้องการไฟฟ้าทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นจาก 25,000 เทราวัตต์-ชั่วโมง (TWh) ในปี 2560 เป็นประมาณ 38,700 TWh ภายในปี 2593 ซึ่งจะผลักดันการลงทุนใหม่ในกำลังการผลิตไฟฟ้าในปีต่อๆ ไป ดังนั้นมาศึกษา 3 ประเภท โรงไฟฟ้า ที่ต้องทำความรู้จักกันก่อน  

1. โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 

เป็นการใช้ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชัน และยูเรเนียมเป็นเชื้อเพลิง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ผลิตไฟฟ้าในปริมาณมากเนื่องจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถือเป็นแหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำ เทคโนโลยีนี้จึงถูกมองว่า เป็นทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น…พลังงานแสงอาทิตย์และลม การผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถือว่ามีความน่าเชื่อถือมากกว่า แหล่งพลังงานนิวเคลียร์ยังมีความหนาแน่นสูงกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลอีกด้วย  

2. โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 

ไฟฟ้าพลังน้ำผลิตจากการควบคุมแรงโน้มถ่วงของน้ำที่ไหลหลาก เมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าพลังงานฟอสซิล โรงไฟฟ้าพลังน้ำปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่า แต่การสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำและเขื่อนต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ตามรายงานสถานะไฟฟ้าพลังน้ำประจำปี 2560 ของสมาคมไฟฟ้าพลังน้ำนานาชาติ กำลังการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำประมาณ 31.5 กิกะวัตต์ (GW) เริ่มดำเนินการในปี 2559 ทำให้กำลังการผลิตติดตั้งสะสมทั่วโลกอยู่ที่ 1,246 กิกะวัตต์ โดยจีนเป็นเพียงประเทศเดียวคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำทั่วโลก และเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ประมาณ 11.74 กิกะวัตต์ในปี 2559 

3. โรงไฟฟ้าถ่านหิน 

จากข้อมูลของสมาคมถ่านหินโลก โรงไฟฟ้า ถ่านหินคิดเป็นประมาณ 37% ของไฟฟ้าทั่วโลกในปี 2561 โดยจีนมีโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดในโลก โรงไฟฟ้าถ่านหินใช้ถ่านหินไอน้ำเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้า และปล่อยก๊าซอันตรายจำนวนมากสู่ชั้นบรรยากาศ ดังนั้นเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประเทศที่พัฒนาแล้วหลายแห่ง ได้ประกาศแผนการยุติโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้ว  

ทางแคนาดาวางแผนเลิกใช้ โรงไฟฟ้า ถ่านหินภายในปี 2573 ในขณะที่สหราชอาณาจักรกำหนดระยะเวลาไว้ในปี 2568  

และเยอรมนีมีเป้าหมายที่จะกำจัดการผลิตพลังงานด้วยกระบวนการนี้ ออกจากโครงข่ายไฟฟ้าภายในปี 2581 และคาดว่าประเทศอื่น ๆ ในยุโรปอีกจำนวนหนึ่งจะปฏิบัติตามในเร็ว ๆ นี้ 

Related Post

ผู้ผลิตไฟฟ้า

ผู้ผลิตไฟฟ้า กับขนาดการผลิตกระแสไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้า กับขนาดการผลิตกระแสไฟฟ้า

ทราบหรือไม่ว่าการผลิตไฟฟ้าปัจจุบันนี้ไม่ได้มีแค่การไฟฟ้า หรือ กฟผ. เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าหลัก ๆ ที่ปล่อยให้เราได้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังมีการซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนอีกด้วย ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน จะมีกลุ่มไหนบ้างวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนเหล่านี้กัน

แนวปะการัง

ทำไม “แนวปะการัง” ถึงมีความสำคัญมาก ๆ ทำไม “แนวปะการัง” ถึงมีความสำคัญมาก ๆ 

ทะเล ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่ผู้คนนั้นชื่นชอบที่จะไปเที่ยวกันมาก ๆ เพราะเป็นสถานที่ทางธรรมชาติที่มีความสวยงาม และมีเสน่ห์ไม่เหมือนที่ไหน ๆ การที่ผู้คนเดินทางไปเที่ยวที่ทะเลกันอย่างมากมายนั้น บางทีก็อาจจะเผลอทำให้ธรรมชาติเสื่อมโทรม หรือได้รับผลกระทบบางอย่างจากเราไปโดยไม่รู้ตัว เรื่องของสภาพอากาศเองก็ถือว่าส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม และระบบนิเวศทางทะเลไม่น้อย โดยเฉพาะ “แนวปะการัง” ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากทั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และจากการกระทำของมนุษย์ แล้วรู้หรือไม่ว่าแนวปะการังนั้นสำคัญกับท้องทะเลอย่างไร ในบทความนี้มีคำตอบ ความสำคัญของ “แนวปะการัง” แนวปะการัง นับว่าเป็นแหล่งที่รวมความหลากหลายทางชีวภาพเอาไว้อย่างสูงสุด มากกว่าระบบนิเวศใด ๆ ทั่วโลกนี้ แม้ว่าการมีอยู่ของแนวปะการังนั้น จะมีพื้นที่ครอบคลุมอยู่เพียงแค่ 0.1% ในพื้นที่มหาสมุทรเท่านั้นเอง แต่แนวปะการังก็ถือได้ว่ามีความสำคัญกับท้องทะเลมาก ๆ

ขยะภายในบ้าน

วิธีลดจำนวนขยะภายในบ้าน ทำง่าย ลดโลกร้อนวิธีลดจำนวนขยะภายในบ้าน ทำง่าย ลดโลกร้อน

หลายคนเริ่มตระหนักและเห็นความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม มากยิ่งขึ้น ด้วยสถาวะโลกร้อนที่ทำให้สภาพอากาศของโลกเราเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงคนในสมัยนี้เริ่มศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อม เริ่มทำความเข้าใจและปฏิบัติให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รวมถึงการจัดการขยะภายในบ้าน ก็เป็นอีกหนึ่งช่วยได้เช่นกัน  5 วิธีลดจำนวนขยะภายในบ้านของคุณ 1. แยกขยะที่สามารถรีไซเคิลได้  สิ่งแรกที่เราสามารถทำได้คือการเลือกขยะที่สามารถรีไซเคิลได้ โดยเฉพาะขยะที่เป็นบรรจุภัณฑ์ที่เราสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งการที่คุณจะเลือกซื้อสินค้าแนะนำให้คุณเลือกซื้อสินค้าที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น เลือกบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษ ที่เราสามารถนำไปทำเป็นกล่องใส่ของได้ หรือบรรจุภัณฑ์ที่เป็นกระป๋องก็สามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้ ส่วนถุงพลาสติกก็แนะนำให้เก็บและนำมาเป็นถุงขยะต่อได้  2. เศษอาหารเอาไปเป็นปุ๋ยได้  ในทุกๆวันที่เรากินข้าว เศษอาหารทุกมื้อเราสามารถนำกลับไปเป็นปุ๋ยหมักได้ โดยสามารถนำปุ๋ยเหล่านี้ไปบำรุงต้นไม้ ดอกไม้ พืชผักในบ้านของเราได้ อีกทั้งหากเรานำไปใส่หัวเชื้ออีเอ็ม (EM) ก็สามารถดับกลิ่นท่อและย่อยสลายสิ่งอุดตันในชักโครกได้