cricouncil Environment วิธีลดจำนวนขยะภายในบ้าน ทำง่าย ลดโลกร้อน

วิธีลดจำนวนขยะภายในบ้าน ทำง่าย ลดโลกร้อน

ขยะภายในบ้าน

หลายคนเริ่มตระหนักและเห็นความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม มากยิ่งขึ้น ด้วยสถาวะโลกร้อนที่ทำให้สภาพอากาศของโลกเราเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงคนในสมัยนี้เริ่มศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อม เริ่มทำความเข้าใจและปฏิบัติให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รวมถึงการจัดการขยะภายในบ้าน ก็เป็นอีกหนึ่งช่วยได้เช่นกัน 

5 วิธีลดจำนวนขยะภายในบ้านของคุณ

1. แยกขยะที่สามารถรีไซเคิลได้ 

สิ่งแรกที่เราสามารถทำได้คือการเลือกขยะที่สามารถรีไซเคิลได้ โดยเฉพาะขยะที่เป็นบรรจุภัณฑ์ที่เราสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งการที่คุณจะเลือกซื้อสินค้าแนะนำให้คุณเลือกซื้อสินค้าที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น เลือกบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษ ที่เราสามารถนำไปทำเป็นกล่องใส่ของได้ หรือบรรจุภัณฑ์ที่เป็นกระป๋องก็สามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้ ส่วนถุงพลาสติกก็แนะนำให้เก็บและนำมาเป็นถุงขยะต่อได้ 

2. เศษอาหารเอาไปเป็นปุ๋ยได้ 

ในทุกๆวันที่เรากินข้าว เศษอาหารทุกมื้อเราสามารถนำกลับไปเป็นปุ๋ยหมักได้ โดยสามารถนำปุ๋ยเหล่านี้ไปบำรุงต้นไม้ ดอกไม้ พืชผักในบ้านของเราได้ อีกทั้งหากเรานำไปใส่หัวเชื้ออีเอ็ม (EM) ก็สามารถดับกลิ่นท่อและย่อยสลายสิ่งอุดตันในชักโครกได้ 

3. นำขยะเปียกไปทิ้งทุกวัน 

เพราะขยะเปียกถือเป็นขยะสด เราควรแยกแยะพื้นที่จัดการขยะเปียกเอาไว้ในบ้าน ซึ่งแนะนำให้คุณแยกขยะเป็นขยะเปียก ขยะแห้ง ส่วนขยะเปียกแนะนำให้แยกไปทิ้งทุกวัน เพื่อป้องกันหนู แมลงสาบ มากินเศษขยะเปียกในบ้านเรา และนอกจากนี้ยังช่วยรักษาความสะอาดให้บ้านของคุณอีกด้วย 

4. แยกประเภทขยะแต่ละประเภท

การแยกขยะภายในบ้านให้เรียบร้อยก่อนทิ้งขยะทุกครั้ง จะช่วยแบ่งเบางานของพนักงานเก็บขยะไปได้ และก็ยังช่วยแบ่งเบาการทำงานของเครื่องจักรในการแยกขยะอีกด้วย นอกจากนี้การแยกขยะยังช่วยให้เราเลือกขยะรีไซเคิลและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ด้วย

5. เลือกใช้ถังขยะขนาดเล็ก

เมื่อเราเลือกใช้ถังขยะขนาดเล็กจะช่วยให้เรานำขยะออกไปทิ้งบ่อยๆ พอนานเข้าจะทำให้เราเปลี่ยนนิสัยให้ทิ้งขยะในบ้านน้อยลงไปโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งการนำขยะไปทิ้งบ่อยๆ จะช่วยรักษาความสะอาดภายในบ้านแบบทางอ้อมได้อีกด้วย และยิ่งไปกว่านั้นพอขยะขนาดเล็กลงจะต้องบีบอัดถังขยะให้แน่นทุกครั้งก่อนทิ้ง 

Related Post

ธุรกิจพลังงาน

ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจพลังงานข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจพลังงาน

ในปัจจุบันมีธุรกิจพลังงานเกิดขึ้นมากมายอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการใช้พลังงานในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นในเชิงของการประกอบกิจการต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งในภาคครัวเรือน ที่ต้องมีการใช้สอยพลังงานในการดำรงชีวิต แต่ในภาคของครัวเรือนนั้นมักจะมีความต้องการที่ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับความต้องการพลังงานในภาคของการบริหารธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งการทำธุรกิจนั้นต้องมีผลประกอบการและผลกำไรมาเป็นตัวขับเคลื่อน การดำเนินธุรกิจจึงมีความต้องการอย่างไม่หยุดหย่อน  ทำให้มีธุรกิจพลังงานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยเรื่อยในสังคม โดยเฉพาะในประเทศของเราซึ่งผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานในด้านนี้มักจะมีการรวบรวมพลังงานจากพลังงานธรรมชาติต่าง ๆ เพื่อหมุนเวียนให้อยู่ในรูปของพลังงานที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานความร้อน พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ พลังงานลมและพลังงานอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งจะเห็นได้ว่าพลังงานเหล่านี้ มีการสับเปลี่ยนพลังงานที่ไม่เหมือนกันทางผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจพลังงานจะต้องมีการเตรียมความพร้อมไม่ว่าจะเป็นสถานที่ในการวางรากฐานการผลิตพลังงาน   การก่อตั้งธุรกิจพลังงาน  เครื่องมือเครื่องจักรต่าง ๆ ที่จะต้องมีความคงทนระดับสูงที่สุด เนื่องจากพลังงานในธรรมชาตินั้นเป็นพลังงานที่ไม่สามารถควบคุมปริมาณหรือความเร็ว รวมทั้งอุณหภูมิของพลังงานธรรมชาติที่จะเข้ามาแปรเปลี่ยนพลังงานในเครื่องจักรที่เตรียมไว้ได้ ดังนั้นเครื่องจักรเหล่านี้จึงต้องมีความคงทนและสามารถทำงานได้ภายใต้สภาวะที่รุนแรงหรือในสภาวะที่อันตรายได้ โดยไม่ต้องหยุดพัก ในส่วนของเครื่องมือที่ใช้ในการวัดค่าพลังงานก็จะต้องมีความแม่นยำสูง เมื่อวัดค่าที่ได้หรือพลังงานที่ได้จากการแปรเปลี่ยนพลังงาน และจะต้องมีความผิดพลาดทางเทคนิคที่น้อยที่สุด  ซึ่งต้องมีทีมวิศวกรหรือทีมงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาควบคุมดูแลในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อลดโอกาสความผิดพลาดในกระบวนการทำธุรกิจพลังงานเหล่านี้ มีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ขึ้นอยู่กับว่าผู้ประกอบการจะเลือกรูปแบบของพลังงานในรูปแบบใด โดยอาศัยความรู้และความสามารถของทีมงานและบุคลากรอย่างเต็มที่ เพื่อสามารถวิเคราะห์ปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่จะได้รับมากที่สุดที่ทางบริษัทหรือธุรกิจนั้นจะสามารถทำได้เพื่อประกอบการตัดสินใจในการก่อตั้งธุรกิจพลังงาน   ไม่ว่าจะเป็นการก่อตั้งขึ้นเพื่อผลิตพลังงานไว้ใช้ในกระบวนการผลิตของตนเองหรือเพื่อการจำหน่ายให้กับบริษัทคู่ค้าหรือบริษัทที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนกระบวนการก็ตาม ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ทั้งสิ้น เนื่องจากกระบวนการแปรเปลี่ยนพลังงานในรูปแบบนี้นั้นไม่มีการทำลายสิ่งแวดล้อมหรือไม่ต้องใช้ไฟฟ้าเข้ามาช่วยทำใด ๆ เป็นการปล่อยให้พลังงานธรรมชาติหมุนผ่านเครื่องที่จะกักเก็บพลังงานเอาไว้โดยดำเนินกระบวนการไปอย่างปกติเป็นธรรมชาติ ทำให้เราผู้ประกอบการรอติดตามเพียงแค่ผลลัพธ์หรือค่าพลังงานไฟฟ้าที่แปลเปลี่ยนออกมาได้เท่านั้น ซึ่งต้องคอยมีนักตรวจสอบหรือประเมินเข้ามามีบทบาทสำคัญในจุดนี้เพื่อช่วยตรวจเช็คว่าอุปกรณ์ใดได้รับความเสียหายหรือมีประสิทธิภาพการทำงานที่ต่ำลง เพื่อที่จะได้เข้าไปแก้ไขให้กลับมาทำงานได้อย่างเต็ม 100% 

โปรตีนจากพืช

โปรตีนจากพืช จะทำให้สิ่งแวดล้อมของโลกดีขึ้นได้อย่างไรโปรตีนจากพืช จะทำให้สิ่งแวดล้อมของโลกดีขึ้นได้อย่างไร

โปรตีนจากพืช (Plant-based proteins) คือ โปรตีนที่ได้มาจากพืชชนิดต่าง ๆ ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกแทนโปรตีนจากสัตว์ โปรตีนจากพืชมีอยู่ในพืชหลายชนิด รวมถึงถั่ว เมล็ดพืช ธัญพืช และผักบางชนิด ตัวอย่างแหล่งโปรตีนจากพืชที่สำคัญ  โปรตีนจากพืช จะทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นได้อย่างไร?   โปรตีนจากพืช (Plant-based proteins) มีส่วนช่วยปรับปรุงสิ่งแวดล้อมของโลกได้หลายวิธี ได้แก่ การเปลี่ยนมาบริโภคโปรตีนจากพืชเป็นการเลือกที่ยั่งยืน และสามารถช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวได้ และกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจและโรคเบาหวาน และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการผลิตโปรตีนจากสัตว์

ผู้ผลิตไฟฟ้า

ผู้ผลิตไฟฟ้า กับขนาดการผลิตกระแสไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้า กับขนาดการผลิตกระแสไฟฟ้า

ทราบหรือไม่ว่าการผลิตไฟฟ้าปัจจุบันนี้ไม่ได้มีแค่การไฟฟ้า หรือ กฟผ. เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าหลัก ๆ ที่ปล่อยให้เราได้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังมีการซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนอีกด้วย ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน จะมีกลุ่มไหนบ้างวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนเหล่านี้กัน